posted on 22 May 2008 05:02 by nosalaryguy in 108-1009
ผมเชียร์เชลซีครั้งแรกตอนนัดชิง FA Cup ปี 1994 ซึ่งแพ้แมนยูไปแบบสู้ไม่ได้
แม้ปีนี้ 2008 จะสู้ได้สูสี และแชมป์ยุโรปอยู่แค่เอื้อม แต่...
มันคงใกล้เกินไป ถ้าไม่หมดกำลังใจก็คงจะได้ความสำเร็จมาสักวัน
กีฬามันเหมือนนิยายจริงๆด้วยสิ เพราะต้องติดตามภาคต่อ ในปีหน้า...
posted on 14 May 2008 00:16 by nosalaryguy in Freelancer
ผมเป็นเจ้าของหมู่เกาะครับ!
หลังจากจัดการฝังศพตัวเองเรียบร้อยเมื่อเอนทรี่ที่แล้ว... ก็ยังไม่สามารถฟื้นคืนชีพใน exteen ได้ซะที เพราะภาระกิจในยมโลกยังค้างอยู่อีกหลายโคตรกรณี ช่วงนี้ผมกำลังจัดการโปรเจ็คต์ส่วนตัวหลายๆอย่าง ที่มันกระจัดกระจายเข้าขั้นกระเจิดกระเจิง เพราะได้เวลาสังคายนากำจัดขยะทั้งหลายออกไปจากความทรงจำ แล้วก็ปรับปรุงให้มันดีขึ้น ผมกำลังอัพเดตและอัพเกรดเว็บไซต์หลายๆที่ของตัวเองน่ะครับ ก่อนหน้านี้มันแยกกันอยู่เป็นหย่อมๆ เหมือนหมู่เกาะในมหาสมุทร จะติดต่อกันทีก็ลำบาก ต้องรื้อหา username กับ password กันขี้แตกเลย แถมใช้เว็บโฮสต์หลายที่ จนบางเว็บลืมไปเลยว่าไม่ได้แบ็คอัพข้อมูลตั้งหลายเดือน บางโดเมนก็จะหมดอายุแล้วด้วย อันนี้คนทำเว็บรุ่นใหม่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ
แล้วผมก็ได้รู้ว่า... นิสัยเสียที่ผมแก้ไม่หายคือ ไม่ทำอะไรให้เสร็จเป็นอย่างๆไป พูดง่ายๆคือไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนั่นแหละ บางทีเกิดปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมา ก็ลงมือทำเลยแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ พอทำได้ซักพักก็จะเกิดปัญหาชวนอึ้ง ถ้าแก้ได้ก็ทำต่อ ถ้าแก้ไม่ได้ส่วนมากจะทิ้ง แล้วก็ลืมมันไปเลย ผลเสียที่ตามมาก็คือ มันไม่เกิดผลผลิตเป็นชิ้นเป็นอัน ก็เป็นหย่อมๆเหมือนหมู่เกาะอย่างที่บอกไปแล้วนั่นแหละ แต่ข้อดีคือมันได้เรียนรู้ทักษะหลายๆอย่างในเวลาไล่เลี่ยกัน (จนกลายเป็นคนฟุ้งซ่าน) อันนี้หมายถึงงานที่เป็นโปรเจ็คต์ส่วนตัวน่ะครับ ถ้าเป็นงานลูกค้าเค้าจะมีเส้นตายมาบีบคอให้เราส่งงาน ถ้าไม่ส่งก็โดนเชือด อดเงิน!
คนทำระเบิดแสวงเครื่อง
ว่าไปแล้ว ผมยังไม่เคยเขียนเกี่ยวกับการทำงานของตัวเองใน NoSalaryGuy เลยนะ อุตส่าห์อ้างตัวว่าเป็น มนุษย์ไร้เงินเดือน แต่กลับไม่เคยบอกใครว่าตัวเองมีชีวิตรอดอยู่ได้ยังไง เพราะกลัวชาวบ้านจะจับไต๋ได้ ฮา... ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ ผมเพียงแต่อธิบายได้ยากว่าตัวเองทำอะไร เพราะทำงานแบบจับฉ่ายหลากหลายสายงานมากๆ ตั้งแต่ รับจ้างเขียนงานวิจัย , เขียนสคริปต์รายการโทรทัศน์ , ถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอ ตอนนี้ก็รับจ้างทำเว็บไซต์เป็นหลัก บางงานก็ควบหลายๆอย่างรวมกัน เช่น ถ่ายวิดีโอและตัดต่อ แล้วก็อัพโหลดไปใส่ในวิดีโอบล็อกของลูกค้า เป็นต้น จนมันเหมือนคนทำระเบิดแสวงเครื่องที่จับโน่นโยนนี่ มาประกอบกันมั่วไปหมด [ ถ้าใครอยากดูตัวอย่างงานวิดีโอเก่าๆบางส่วนของผม ลองไปที่ youtube.com/sungsit และโปรเจ็คต์ที่ทำกับเพื่อนที่เชียงใหม่ แต่ดองไว้ตั้งแต่ต้นปียังไม่เสร็จเลย pixelisto.com ] สรุปสั้นๆว่า ผมเป็นฟรีแลนซ์รับจ้างทั่วไปครับ (Freelancer = ไอ้หอก! เออ... บอกแค่นี้คนเค้าก็เข้าใจแล้วล่ะ จะพล่ามทำไมตั้งยืดยาว?)
ส่วนมากคนที่กล้าจ้างผมทำงาน เค้าจะรู้อยู่แล้วว่าไอ้บ้านี่มันเป็นมนุษย์ประเภทไหน คือ ต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อนเริ่มงาน บอกมาให้ชัดว่าต้องการอะไร หลังจากนั้นก็ต้องปล่อยให้ผมทำของผมไป อย่ามาเซ้าซี้ ย้ำ อย่ามาเซ้าซี้ เนื่องจากผมจะไม่ติดต่อกับใครเลยในช่วงทำงานดราฟต์แรก เพราะลูกค้าบางคนไอเดียบรรเจิดมากครับ คือ อยากได้โน่นได้นี่เพิ่มเติมทุกวินาที (ผมขึ้เกียจอธิบายกับเค้าซ้ำๆว่า คุณฟันงบให้ผมได้เท่านี้ แปลว่าผมก็ต้องทำเท่าที่เราตกลงกันตอนแรก ถ้าต้องการมากกว่านั้น ก็ต้องเริ่มคุยกันใหม่ มันเสียเวลาครับ) ถ้าดราฟต์แรกเสร็จผมจะส่งไปให้ลูกค้าดู แล้วเค้าจะด่าผมยังไงก็ได้ เพราะมันต้องแก้อยู่แล้ว ช่วงแก้งานนี่แหละที่ลูกค้าจะเป็นนายของผมอย่างแท้จริง เพราะถ้าขืนไม่ฟังเค้า ก็คงต้องแก้งานไม่รู้จบ อดเงิน!
มนุษย์ที่ไม่สามารถจำแนกเวลาได้
ผมไม่ใช่ฟรีแลนซ์ที่ดีหรอกนะครับ เพราะไม่ค่อยมีวินัยในการทำงานและไม่มีเวลาทำงานที่แน่นอนด้วย นั่นหมายความว่า แทบจะขีดเส้นแบ่งระหว่างเวลาทำงานกับเวลาว่างออกจากกันไม่ได้เลย ชีวิตก็เลยสับสนมาก เวลาคนอื่นถามว่าว่างมั้ย ผมก็จะตอบว่าว่าง แต่พอเค้าชวนไปทำงานหรือเที่ยวไกลๆ ผมกลับบอกว่า กูติดงานว่ะ เพราะต้องใช้อินเตอร์เน็ตทุกวัน ถ้าไปเที่ยวป่าเหมือนเมื่อก่อนล่ะหมดสิทธิ์ และส่วนมากผมจะทำงานตอนกลางคืน คือ ตื่นตอนหัวค่ำแล้วทำงานถึงเช้า นอนตอนกลางวันแทน ซึ่งจริงๆมันไม่ค่อยดีนะครับ เพราะลูกค้าเค้าทำงานกันตอนกลางวัน มันเลยมีปัญหาเรื่องการติดต่อสื่อสารกัน
ช่วงที่ผ่านมาผมก็เลยเริ่มมองไปที่ตลาดที่เค้าทำงานเวลาเดียวกับผม คืออยู่อีกซีกโลกนึงครับ แต่ปัญหาคือ ยังสร้างคอนเน็คชั่นไม่ได้ แม้จะมีเพื่อนคนไทยอยู่หลายประเทศ แต่ก็ไม่ได้ทำงานสายเดียวกับผม เลยหาช่องเจาะตลาดลำบาก แต่ก็ต้องพยายามกันต่อไป เพราะงานฟรีแลนซ์ส่วนมากทั้งเมืองไทยและเมืองนอก จะอาศัยลูกค้าเดิมเป็นฐานแล้วแนะนำกันไปเรื่อยๆครับ ประสบการณ์สอนผมให้รู้ว่า ไม่ต้องสร้าง look ให้มันเลิศเลอ เพราะลูกค้าไม่ได้สนใจที่ตัวเรา เค้าสนใจแค่เรื่องงานของเค้า และเค้าจะจ้างเราก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าเราทำสิ่งที่เค้าต้องการได้แน่ๆ หลังจากนั้นถ้าเค้าพอใจงานที่เราเคยทำให้ เค้าก็จะแนะนำเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานให้มาเป็นลูกค้าของเราเองครับ
ไม่มีลูกค้า มีแต่ขยะ!
ปัญหาตอนนี้ของผมคือ ผมยังไม่มีลูกค้าประจำ ซึ่งฟรีแลนซ์ทุกคนจะต้องพบเจอปัญหานี้อยู่แล้วในช่วงเริ่มต้น โดยเฉพาะในสายงานเว็บไซต์ที่ผมเลือกทำตอนนี้ ซึ่งถือว่าใหม่มากสำหรับผม ส่วนงานด้านอื่นผมก็แทบจะไม่ได้ทำแล้ว เพราะทุ่มเวลามาทำด้านนี้ จนลูกค้าเก่าหายหมด แต่ผมยังไม่หมดกำลังใจหรอกนะครับ เพราะมันเพิ่งจะเร่ิมต้น เหมือนตอนที่ผมเปลี่ยนงานจากนักวิจัยไปทำรายการโทรทัศน์นั่นแหละ มันต้องใช้เวลาเรียนรู้และทุ่มเทอย่างมาก กว่าจะรู้เรื่องการเขียนบท , รู้มุมกล้องจนกำกับรายการและตัดต่อได้ ต้องใช้เวลา และเช่นกัน กว่าผมจะเข้าใจพื้นฐานของการทำเว็บไซต์ ก็ต้องผ่านการลองผิดลองถูก ผมเคยเสียเวลาไปกับโค้ดขยะมากมาย เพื่อเรียนรู้ว่า มันไม่จำเป็นต้องเอามาใช้เลย!
เรื่องโค้ดขยะนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมกลับมาเล่นและเขียนบล็อกใน exteen เลยนะครับ มีช่วงที่ผมหายไปจากที่นี่ถึง 4 เดือนเต็มๆ เพื่อไปเรียนรู้โค้ดขยะ แล้วผมก็กลับมาที่นี่เพราะ exteen ไม่ได้เร่ิมต้นด้วยโค้ดขยะ (แต่ใครจะเอามาสุมเองเหมือนที่ผมทำ ก็แล้วแต่ความพอใจนะครับ) โครงสร้างของ exteen ในส่วน frontend แบ่งแยกชัดเจนดีมาก ระหว่าง Content (HTML) - Presentation (CSS) - Behavior (Javascript) หรือที่หลายคุณทราบว่าเป็นหลักการของ Web Standards นั่นแหละครับ ซึ่งมันเป็นข้อดี ที่ทำให้เราสามารถปรับแต่งบล็อก/เว็บไซต์ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะเจ๊งทั้งหมด! (แต่พอเจอ IE ก็ต้องจอดซ่อมกันอยู่ดี ฮา...) ใครจะด่าผมก็ยอม แต่ผมขอบอกว่า เว็บไซต์ส่วนใหญ่นั้นดีไซน์และเขียนโค้ดกันมั่วมากๆๆๆ บางอย่างใส่ไว้เพื่อโชว์อีโก้ของคนทำเท่านั้นเองครับ (อย่าคิดว่าเว็บใหญ่ๆจะไม่มั่วนะครับ ขนาดเว็บไซต์ของ Microsoft ยังโดนสับซะเละเลย!) ผมเลยกลับมาบล็อกที่ exteen เพราะรู้สึกสบายใจที่มี สนามเด็กเล่นประจำหมู่บ้าน แถมไม่ต้องดูแลเองอีกต่างหาก เพราะมี ผู้ใหญ่บ้าน คอยดูแลให้เป็นอย่างดี ก็คุณแชมป์บล็อกมาสเตอร์ของเรานั่นไงครับ (ผมไม่ได้เชลียร์นะ พูดจากใจจริงในฐานะคนทำงานเว็บคนหนึ่ง)
เอาล่ะ รู้สึกว่าจะนอกเรื่องไปไกลแล้ว พอดีกว่า... และตอนนี้ก็ถึงเวลากลับไปเคลียร์ขยะทั้งหลาย แล้วโยนมันทิ้งทะเลไปซะ เก็บเอาไว้แค่แก่นสารของมัน ต่อไปจะได้ไม่ต้องพายเรือข้ามเกาะอีก เพราะผมกำลังจะยกทัพไปตีแผ่นดินใหญ่ (ถ้าไม่จมลงก้นทะเลไปซะก่อนนะ ^^)