บอกไว้เผื่อใครงง : คลิ๊กที่ READ ENTRY เพื่ออ่านข้อความแต่ละโพสต์นะครับ

READ ENTRY

เปิดเรื่อง

ชายหนุ่มผมยาว หนวดเครารุงรัง กำลังพรมนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างไม่บันยะบันยัง ราวกับว่านี่คือวันสุดท้ายที่เขาจะได้ทำแบบนี้ เพราะสีหน้าของเขาไม่ค่อยสู้ดีนัก บวกกับอาการรีบเร่งพิมพ์ข้อความอย่างกระสับกระส่าย ทำให้ใครก็สังเกตได้ไม่ยาก ว่าเขากำลังเหนื่อยล้าและลนลาน ในหน้าจอคอมพิวเตอร์บ่งบอกว่า เขากำลังเขียนเนื้อหาบางอย่างลงในบล็อกส่วนตัว (ขอสงวนนาม ถ้าใครอยากรู้ จ่ายมา ๗๗ บาท แล้วจะบอก)

ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!

ทุกสิ่งหยุดชะงัก... แม้แต่ลมหายใจของชายหนุ่ม แต่ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเขียนเอ็นทรี่นี้ให้เสร็จ จิตไร้สำนึกจึงสั่งการให้มือขวาของร่างไร้วิญญาณนั้น จับเมาส์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเลื่อนเคอร์เซอร์ไปยังปุ่ม "Publish" ก่อนจะรวบรวมพลังจักรวาลทั้งหมดมาไว้ที่ปลายนิ้วชี้ แล้ว คลิ๊ก! (ตนตรีกระหึ่มขึ้นทันใด ภาพตัดมาโคลสอัพที่ดวงตาเบิกโพลงของร่างไร้วิญญาณ)

โอ้... แม่เจ้า เขาตายไปแล้ว!!!!! (ใครไม่ตื่นเต้น ห้ามอ่านต่อ)

๗ วันต่อมา

ยังไม่มีคนอ่านบล็อกคนไหนรู้ว่าเขาตายไปแล้ว! เพราะเนื้อหาในบล็อกของเขายังคงอัพเตตทุกวัน (โอ้ว... น่ากลัวมั่กๆ) แม้แต่ตัวเขาเองก็เพิ่งระแคะระคาย ว่าตัวเองตายไปแล้วในวันที่ ๗ นี้เอง เขากลายเป็น ผีเฝ้าบล็อก ไปแล้วหรือนี่?

ด้วยรู้สึกอิจฉาคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาจึงร่ายคำสาปในแบบที่ผีมือใหม่ควรจะทำได้ นั่นคือ "ใครเข้ามาอ่านบล็อกนี้ ขอให้บ้าไปเลยยยยย โอม... เพี้ยง!" อย่าเพิ่งดูถูกคำสาปโง่ๆนี้ไป เพราะ...

๗ สัปดาห์ต่อมา

รัฐบาลไทยประกาศภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากโรงพยาบาลศรีธัญญาและสถานพยาบาลอาการสมอง ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมหาศาลได้อีกต่อไป พร้อมทั้งมอบหมายให้ DSI เข้ามาสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ของจำนวนผู้ป่วยทางจิตที่เพิ่มขึ้นผิดปกติอย่างน่าใจหาย (เวรกรรม... มันคิดว่าบล็อกมันดังขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?)

๗ เดือนต่อมา

DSI ซึ่งร่วมมือกับ FBI , CIA , KGB และ KFC! ได้ข้อสรุปว่า ๗๗% ของผู้ป่วยทางจิตที่เพิ่มขึ้น ในรอบ ๗ เดือนที่ผ่านมา เคยมีประสบการณ์ใช้อินเตอร์เน็ต และทุกคนล้วนเคยเข้ามาอ่านบล็อกแห่งหนึ่ง (ขอสงวนนาม ถ้าใครอยากรู้ จ่ายเพิ่มอีก ๗๗ บาท แล้วจะบอก) ซึ่งทราบในภายหลังว่า คนเขียนบล็อกแห่งนั้นได้ตายไปแล้ว ก่อนที่เอ็นทรี่สุดท้ายจะเขียนเสร็จถึง ๗ วัน! (OH MY GOD!)

ข่าวนี้ได้รับการตีพิมพ์ไปทั่วโลก และโด่งดังจนทุกวงการสั่นสะเทือน หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ๗๗ ภาคต่อ ชื่อว่า "The BLOG!" หรือชื่อภาษาไทยว่า "คำสาปบล็อกนรก!" และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็โกยรายได้ถล่มทลาย ๗๗๗ ล้านล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นสถิติตลอดกาลและตลอดไป พร้อมทั้งกวาดทุกรางวัลจากทุกสถาบัน ไม่ว่าจะเป็น ออสการ์ , ลูกโลกทองคำ , เทศกาลเมืองคานส์ , สุพรรณหงส์ทองคำ ฯลฯ (เว่อร์กว่านี้มีอีกมั้ย?)

๗ นาฬิกา ๗ นาที

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมา มองเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ยังเปิดอยู่ เขาจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่า "ปวดกบาลฉิบหาย" เพราะเมื่อคืนดันเผลอหลับไป จนหน้าผากโขกกับแป้นพิมพ์อย่างจัง

...

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "จงเขียนบล็อกในขณะที่มีสติ(และมีชีวิตอยู่) ถ้าไม่มีอะไรจะเขียน ก็อย่าดันทุรังเขียน มันจะหลอกหลอนชาวบ้านเค้าเปล่าๆ" เฮ้อ... จบซะที

ปล. ที่เขียนมาทั้งหมดคือเรื่องจริงนะ แต่ไอ้คนเขียนมันโกหกทั้งเพ ดังนั้นไม่ต้องเชื่อนะจ้ะ ^^ และไอ้คนเขียนมันฝากมาบอกอีกว่า ถึงคราต้องพักสมองซีกขวา หันมาใช้สมองซีกซ้ายแล้ว เพราะได้เวลาทำมาหากิน แล้วจะกลับมาปลุกเสกบล็อกนี้อีกครั้งนะ อย่าหักโหมเขียนบล็อกกันมากนักล่ะ เป็นห่วง ^^

Back to Top

READ ENTRY

ผมดูหนังโป๊ครั้งแรกตอน ม.1

หลังจากดูครั้งนั้น ภาพมันยังติดตาอยู่เลย! วันนั้นผมแทบจะกินข้าวไม่ลง เพราะตกตะลึงใน ขนาด , ปริมาณ และ ความนัวเนีย โอ้ววว อะไรจะปานนั้น! ตอนนั้นผมโดดเรียนไปเล่นเกมบ้านเพื่อน ตอนกลางวันไม่มีผู้ใหญ่อยู่บ้าน ไอ้เพื่อนคนนั้นมันเลยเปิดวิดีโอของพ่อมันให้เราดู เปล่าครับ พ่อมันไม่ได้แสดงเอง! แต่นักแสดงเป็นคนหลากหลายเชื้อชาติและสีผิว และดูเหมือนจะไม่จำกัดเพศด้วยสิ นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้ว่า sex มันเป็นไปได้มากกว่าที่เราจินตนาการมากมายนัก คือ มีทั้ง ชายขาว-หญิงขาว-หญิงดำ-ชายดำ-ชายเหลือง-หญิงเหลือง ในฉากเดียวกัน (คิดเอาเองว่ามันนัวเนียขนาดไหน) กว่าจะทำใจได้และรู้ว่ามันคือการแสดง ก็หลังจากนั้นอีกหลายปี จนทุกวันนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว (แต่ผมยังไม่เคยดูแบบ คนกับสัตว์ นะครับ)

ใครจะบอกว่าผมโกหกก็ได้ แต่ผมไม่ชอบดูหนังโป๊แบบฮาร์ดคอร์จริงๆนะ ไอ้ประเภทมาถึงก็โช้ะกันไม่ยั้งเนี่ย มันขาดสุนทรียภาพไปหน่อย (รสนิยมทางเพศสำหรับผม ต้องมีจินตนาการเป็นส่วนประกอบสำคัญครับ ดูตัวอย่าง ภาพหัวบล็อกของคุณ pisces สิ แม้ผมจะยังไม่นิยมเพศเดียวกัน แต่ภาพนั้นก็ทำให้มองเห็นความงามของผู้ชายนะครับ) และผมก็ไม่ใช่นักสะสมหนังโป๊หรือหนังสือโป๊นะครับ เพราะไม่เคยซื้อเลยซักเรื่อง ยืมชาวบ้านก็ไม่เคยเหมือนกัน (แต่พักหลังหาได้ไม่ยากในอินเตอร์เน็ต) อันที่จริงผมแทบจะไม่ได้ดูหนังโป๊เลยด้วยซ้ำ หมายถึง หนังที่มีจุดประสงค์หลักเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศโดยเฉพาะ จะแก้ผ้าหรือไม่แก้ผ้า ผมก็ถือเป็นหนังโป๊ ถ้ามันมุ่งกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางนั้น แต่หนังบางเรื่องที่แก้ผ้าเกือบทั้งเรื่องและมีฉากร่วมเพศแบบชัดเจน อย่าง Intimacy หรือ 9 Songs ผมไม่ถือว่าเป็นหนังโป๊นะ แต่เป็นหนังชีวิตที่เล่าเรื่องผ่านการมีเซ็กซ์

ผมพูดถึงเรื่องโป๊ๆทำไม?

เพราะมันเป็นอุตสาหกรรมที่โตเอาโตเอา ไม่มีวันเหี่ยวแน่นอน (Sex Industry Never Die!)

  • ทุกๆวินาที เงิน $3,075.64 ถูกใช้ในงานโป๊เปลือย (Pornography)
  • ทุกๆวินาที ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 28,258 คน กำลังดูภาพโป๊เปลือย
  • ทุกๆวินาที ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 372 คน กำลังค้นหาสิ่งที่เกี่ยวกับเซ็กซ์
  • ทุกๆ 39 นาที จะมีหนังโป๊ถูกผลิตออกมาที่สหรัฐอเมริกา

( ผมขอแปล Pornography ว่า โป๊เปลือย นะครับ เพราะมันฟังดูมีอคติน้อยกว่าคำว่า ลามกอนาจาร )
[ ที่มา : ลองเข้าไปดูสถิติอื่นๆที่น่าสนใจได้ครับ เพราะมันเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่กว่า Microsoft + Google + Amazon + Ebay + Yahoo! + Apple รวมกันซะอีก!]

 

ไม่ว่าเทคโนโลยีจะไปทางไหน เรื่องเซ็กซ์จะนำมันมาปรับใช้ได้เสมอ เช่น หนังโป๊ก็เกิดขี้นทันทีพร้อมๆกับการมีกล้องถ่ายภาพยนตร์ [ ที่มา ] หรือ เว็บโป๊ก็เหมือนกันมันก็เกิดหลังอินเตอร์เน็ตไม่นาน หมายความว่า เราห้ามมันไม่ได้หรอก แม้รัฐบาลไทยจะบล็อคเว็บไซต์ไปแล้วกว่า 35,000 เว็บ [ ที่มา ] แต่มันยังมีอีกมากกว่า 400 ล้านเว็บเพจให้เลือกดู!

เมื่อเป็นแบบนี้... ควรจะปล่อยหรือ?

ในความเห็นของผม ไม่ควรปล่อย และก็ไม่ควรบล็อคครับ เพราะผมรู้สึกว่าการบล็อค ยิ่งกระตุ้นให้เด็กอยากรู้ ว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงห้าม เหมือนที่ผมยกตัวอย่างของตัวเองและเพื่อน ที่ต้องแอบดูหนังโป๊ตอนผู้ใหญ่ไม่อยู่ ก็เพราะเราอยากรู้ว่าทำไมเค้าถึงห้ามดู ผมก็นึกไม่ออกหรอกนะว่าต้องแก้ปัญหานี้ยังไง แต่ถ้าตอนที่ผมดูหนังโป๊ครั้งแรก แล้วมีใครซักคนที่โตแล้วคอยอธิบายว่า มันคือการแสดงที่เกินกว่าปกติ เหมือนหนังแอคชั่น ที่พระเอกนางเอกโคตรเก่งนั่นแหละ จากนั้นผมก็คงมองว่าเซ็กซ์ของคนทั่วไปเป็นเรื่องปกติ แต่เด็กส่วนมากไม่เคยมีผู้ใหญ่คอยอธิบายเรื่องนี้จริงไหม? เราเลยมองกันว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องน่ารังเกียจ เป็นเรื่องลามก เป็นเรื่องสกปรก แต่ผู้ใหญ่ก็ทำกันแทบทุกวัน

ผมคิดว่าการที่เราปิดกั้นเรื่องเพศ แล้วไม่รู้ว่าเด็กไปเรียนรู้กันเองแบบไหน ถือเป็นบ่อเกิดของอคติทางเพศในวัฒนธรรมของเราเลยนะ ผู้ชายบางคนจะมองผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศ เพราะเห็นตัวอย่างจากหนังโป๊ (หรือการแสดงนั่นแหละ) ที่ให้ผู้ชายเป็นฝ่ายกระทำหรือเหนือกว่า ผมคิดว่าคนที่ติดหนังโป๊ ไม่ต่างจากคนที่บ้าสงครามเลยนะ คือ ไม่ได้ดูเอาเนื้อเรื่องน่ะ แต่ดูเอามันอย่างเดียว ซึ่งมันทำให้เรามองข้ามรายละเอียดในชีวิตจริงไปหลายอย่าง และมีแนวโน้มที่จะทำให้เรามองคนเป็นแค่วัตถุ (อย่างเช่นกรณีสาดกระสุนในโรงเรียนที่อเมริกา ผมว่าหนังบู๊มีส่วนต่อจินตนาการของคนที่ลงมือนะ หนังที่พูดถึงประเด็นนี้ได้น่าสนใจ คือ Elephant ของ Gus Van Sant ครับ)

สรุปว่า ถ้าผมมีลูก แล้ววันนึงมันถามว่า "พ่อๆ หนังโป๊เป็นยังไง?" ผมจะเปิดแล้วนั่งดูกับมันเหมือนหนังการ์ตูน! แล้วค่อยอธิบายว่า "ตอนนี้เอ็งไม่ต้องรีบทำแบบเค้านะไอ้หนู ใจเย็นๆ พอเอ็งโตเป็นผู้ใหญ่ เดี๋ยวเอ็งก็ได้ทำแบบเค้า เพราะมันเป็นเรื่องปกติ แต่คงไม่ยิ่งใหญ่อลังการเหมือนในหนัง เพราะที่เราดูน่ะ มันคือการแสดง"

ปล.1 หนังโป๊เป็นคนละประเด็นกับพวกคลิ๊ป "แอบถ่าย" นะครับ อันนั้นผมขอประณามว่า มันเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่เลวร้ายทีี่สุด! ผมไม่ดูคลิ๊ปพวกนั้น แต่ถ้าใครดู ก็อย่าไปด่าคนที่อยู่ในคลิ๊ปนะครับ เค้าจะมีเซ็กซ์กับใครมันก็เรื่องของเค้า อย่าเอามาตรฐานศีลธรรมปลอมๆไปด่าคนอื่น ควรประณามคนที่เอามาเผยแพร่และคนดูมากกว่า!

ปล.2 ผมไม่รู้นะครับว่า เพศอื่นรู้สึกยังไงกับหนังโป๊ ที่เขียนมาเป็นแค่มุมมองของคนที่มีเพศสภาพเป็นผู้ชายคนหนึ่งนะครับ ถ้าผู้ชาย , ผู้หญิง , เกย์ , เลสเบี้ยน , อดีตผู้ชาย และอดีตผู้หญิง ท่านใดช่วยเสนอมุมมองจะดีมากเลยครับ

เพิ่มเติม

มีหนังแนะนำครับ พอดีนึกขึ้นได้ว่าสมัยเรียนวิชาสตรีศึกษา(Feminism) เคยดูหนังญี่ปุ่นเรื่องนึงชื่อว่า Ai No Corrida (in the Realm of the Senses) กำกับโดย Nagisa Oshima ซึ่งคลาสสิกโคตรๆ (ถ่ายทำกันตั้งแต่พวกเรายังไม่เกิด ปี 1976 และยุคนั้นยังไม่มีหนัง AV เลยมั้ง) เรื่องนี้ให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายกระทำ แล้วเธอก็เล่นซะทุกรูปแบบ เท่าที่ประสาทสัมผัสของมนุษย์จะเข้าถึงดินแดนของเซ็กซ์ได้ และตอนจบผมเดาว่า คนดูแทบทุกคนต้องช็อคและฝ่อ! เพราะมันทรมานใจสุดๆ หนังเรื่องนี้มีเค้าโครงจากเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งญี่ปุ่นกำลังสร้างกองทัพให้เกรียงไกร บางคนถึงกับตีความว่ามันเป็นหนังการเมืองด้วยซ้ำ เพราะ Oshima เคยเรียนกฎหมาย และต่อต้านระบบเซ็นเซอร์ของรัฐบาลญี่ปุ่น (ปี 1976) ตอนนั้นมันถูกแบนในญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศ แต่ต่อมาวงการศิลปะภาพยนตร์ก็ลงความเห็นว่า มันไม่ใช่หนังโป๊ครับ แถม Oshima ยังได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้กำกับเพียงไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่กล้า(และบ้า)พอที่จะทำหนังแบบนี้ได้! [ ที่มา ]

Back to Top

Blog Ranger หมดมุข...

posted on 01 May 2008 08:35 by nosalaryguy  in 108-1009

READ ENTRY

ผมเริ่มไม่มีอะไรจะเขียนซะแล้วสิ

เข้าสู่วันที่ห้าของสัปดาห์บล็อกนรก... ผมเริ่มหมดมุข ไม่รู้จะขุดเอาอะไรมาเขียนแล้ว เพราะผมคิดแล้วก็เขียนวันต่อวัน ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ขอบคุณทุกคนที่กด hot post ให้กับ 2 เอนทรี่ที่ผ่านมา จนบล็อกนี้ได้ขึ้นหน้าหนึ่ง 2 วันซ้อนครับ งงอยู่เหมือนกัน เพราะมันเรื่องคนละแนว แต่บางคนคิดว่ามันเป็นเรื่องการเมืองเหมือนกัน คงเป็นเพราะชื่อเรื่องมันมีคำว่า "การเมือง" มั้ง? และผมก็รู้แล้วว่า ผมไม่สนุกกับการเขียนเรื่องการเมืองเลย ขอกลับมาเขียนเรื่องของตัวเองดีกว่า จะได้บ้าได้เต็มที่

เมื่อคืนผมไม่อยากทำอะไร เพราะกะจิตกะใจไปอยู่ที่ลอนดอน ในที่สุดเชลซีก็เข้าชิงแชมเปี้ยนลีก!!! ผมไม่ได้ดีใจเพราะเชลซีชนะลิเวอร์พูลอย่างเดียวนะครับ แต่ดีใจเพราะอย่างน้อยๆก็ได้ "รองแชมป์" มาครองแล้วล่ะ ไม่ใช่มักน้อยนะครับ แต่รู้สึกว่า เราน่าจะภูมิใจในสิ่งที่ได้มาแล้วแน่ๆ กีฬาเป็นอะไรที่แปลกมาก โดยเฉพาะการชิงชนะเลิศ คนที่ได้ "รองแชมป์" ดูเหมือนจะไม่ภูมิใจเอาซะเลย เค้าคงลืมไปว่า ตัวเองแพ้ที่หนึ่งหรือ "แชมป์" แค่คนเดียวเอง ทำไมไม่ภูมิใจกับชัยชนะก่อนหน้านี้บ้างล่ะ?

ปกติผมไม่ค่อยดูฟุตบอลบ่อยนักหรอก เพราะมันต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็ 90 นาที เพื่อดูคน 22 คนแย่งลูกบอลลูกเดียวกัน แถมบางคู่ยิงประตูกันไม่ได้ ก็รู้สึกเหมือนถูกหลอกให้ดูฟุตบอลเก๊! (คติผม ฟุตบอลแท้ต้องมีสกอร์!) ส่วนมากผมเลยรอดูข่าวตอนเช้าจะดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลาลุ้น ยกเว้น Chelsea ที่รักนี่แหละ แต่ก็ใช่ว่าจะดูทุกนัด ผมดูแค่นัดสำคัญๆ แต่เวลาผมดูทีไร เชลซีไม่ค่อยชนะหรอกครับ

เท่าที่ผมจำได้ ผมเร่ิมเชียร์เชลซีตั้งแต่นัดชิง FA Cup ปี 1994 ที่แพ้ Man United ไป 0-4 เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก คือ ผมชอบสีน้ำเงินมากกว่าสีแดง (ตอนเด็กคิดได้แค่นี้แหละ) เชลซีตอนนั้นยังเป็นทีมไม่มีคลาสเลยนะครับ ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกจะมี รุด กุลลิต เป็นนักเตะดังอยู่คนเดียว หลังจากพ่ายแพ้อย่างยับเยินผมก็เลยตามเชียร์ เพราะอยากรู้ว่าเมื่อไหร่มันจะชนะกะเค้าบ้างวะ? 14 ปีผ่านไป มันคนละเรื่องกันเลย นี่ก็กะว่าจะเลิกเชียร์แล้ว เพราะมันเก่งเกินไปแล้ว... จบดีกว่า.

หมดมุขจริงๆนะเนี่ย

ผมว่าโปรเจ็คต์ค้นหาแนวบล็อก โดยการเขียน 7 เอนทรี่ 7 วันรวดนี่ ซักจะไม่หมูซะแล้วครับ เพราะนอกจากบล็อกผมจะไร้แนว แล้วยังไร้การวางแผนอีกต่างหาก พอย่างเข้าสู่วันที่ห้า เลยรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกข้าศึกต้อนให้จนมุม บล็อกนรกชัดๆ!

คาดว่า ถ้าผมเอาชีวิตรอดพ้นวันที่ 7 ไปได้ ก็จะประกาศตัวเป็น "บล็อกผ่านศึก" ขอพักจากยุทธภูมิ exteen ซักพัก หรือว่ามีใครอยากจะรับช่วงต่อ? ผมหมายถึง "เขียน 7 เอนทรี่ 7 วันรวด" แบบที่ผมกำลังทำอยู่นี่ไง มันเป็นแค่การทดสอบตัวเองน่ะครับ ไม่มีอะไรมากขอแค่ "ถึก" ก็พอ

ใครอยากฝึก "Blog Ranger" แบบผมก็เชิญตามสบายนะครับ แต่ถ้าอยากให้ผมเข้าไปติดตามอ่าน นรกที่คุณกำลังเผชิญ ได้ง่ายๆหน่อย ก็ใส่ tag : BlogRanger ไว้ด้วยก็แล้วกันนะ และขออวยพรให้คุณจงมีชีวิตรอด!

โอ้ย... ไม่ไหวแล้ว ข้าศึกกำลังบุกหนัก ตายแหงแก๋ พรุ่งนี้ตูจะเอาอะไรมาเขียนวะเนี่ย?

จบ.

Back to Top

GiBB☯ View my profile