ถ้าผมตายในขณะเขียนบล็อก...
posted on 03 May 2008 18:19 by nosalaryguy in Bloggingเปิดเรื่อง
ชายหนุ่มผมยาว หนวดเครารุงรัง กำลังพรมนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างไม่บันยะบันยัง ราวกับว่านี่คือวันสุดท้ายที่เขาจะได้ทำแบบนี้ เพราะสีหน้าของเขาไม่ค่อยสู้ดีนัก บวกกับอาการรีบเร่งพิมพ์ข้อความอย่างกระสับกระส่าย ทำให้ใครก็สังเกตได้ไม่ยาก ว่าเขากำลังเหนื่อยล้าและลนลาน ในหน้าจอคอมพิวเตอร์บ่งบอกว่า เขากำลังเขียนเนื้อหาบางอย่างลงในบล็อกส่วนตัว (ขอสงวนนาม ถ้าใครอยากรู้ จ่ายมา ๗๗ บาท แล้วจะบอก)
ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!
ทุกสิ่งหยุดชะงัก... แม้แต่ลมหายใจของชายหนุ่ม แต่ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเขียนเอ็นทรี่นี้ให้เสร็จ จิตไร้สำนึกจึงสั่งการให้มือขวาของร่างไร้วิญญาณนั้น จับเมาส์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเลื่อนเคอร์เซอร์ไปยังปุ่ม "Publish" ก่อนจะรวบรวมพลังจักรวาลทั้งหมดมาไว้ที่ปลายนิ้วชี้ แล้ว คลิ๊ก! (ตนตรีกระหึ่มขึ้นทันใด ภาพตัดมาโคลสอัพที่ดวงตาเบิกโพลงของร่างไร้วิญญาณ)
โอ้... แม่เจ้า เขาตายไปแล้ว!!!!! (ใครไม่ตื่นเต้น ห้ามอ่านต่อ)
๗ วันต่อมา
ยังไม่มีคนอ่านบล็อกคนไหนรู้ว่าเขาตายไปแล้ว! เพราะเนื้อหาในบล็อกของเขายังคงอัพเตตทุกวัน (โอ้ว... น่ากลัวมั่กๆ) แม้แต่ตัวเขาเองก็เพิ่งระแคะระคาย ว่าตัวเองตายไปแล้วในวันที่ ๗ นี้เอง เขากลายเป็น ผีเฝ้าบล็อก ไปแล้วหรือนี่?
ด้วยรู้สึกอิจฉาคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาจึงร่ายคำสาปในแบบที่ผีมือใหม่ควรจะทำได้ นั่นคือ "ใครเข้ามาอ่านบล็อกนี้ ขอให้บ้าไปเลยยยยย โอม... เพี้ยง!" อย่าเพิ่งดูถูกคำสาปโง่ๆนี้ไป เพราะ...
๗ สัปดาห์ต่อมา
รัฐบาลไทยประกาศภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากโรงพยาบาลศรีธัญญาและสถานพยาบาลอาการสมอง ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมหาศาลได้อีกต่อไป พร้อมทั้งมอบหมายให้ DSI เข้ามาสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ของจำนวนผู้ป่วยทางจิตที่เพิ่มขึ้นผิดปกติอย่างน่าใจหาย (เวรกรรม... มันคิดว่าบล็อกมันดังขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?)
๗ เดือนต่อมา
DSI ซึ่งร่วมมือกับ FBI , CIA , KGB และ KFC! ได้ข้อสรุปว่า ๗๗% ของผู้ป่วยทางจิตที่เพิ่มขึ้น ในรอบ ๗ เดือนที่ผ่านมา เคยมีประสบการณ์ใช้อินเตอร์เน็ต และทุกคนล้วนเคยเข้ามาอ่านบล็อกแห่งหนึ่ง (ขอสงวนนาม ถ้าใครอยากรู้ จ่ายเพิ่มอีก ๗๗ บาท แล้วจะบอก) ซึ่งทราบในภายหลังว่า คนเขียนบล็อกแห่งนั้นได้ตายไปแล้ว ก่อนที่เอ็นทรี่สุดท้ายจะเขียนเสร็จถึง ๗ วัน! (OH MY GOD!)
ข่าวนี้ได้รับการตีพิมพ์ไปทั่วโลก และโด่งดังจนทุกวงการสั่นสะเทือน หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ๗๗ ภาคต่อ ชื่อว่า "The BLOG!" หรือชื่อภาษาไทยว่า "คำสาปบล็อกนรก!" และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็โกยรายได้ถล่มทลาย ๗๗๗ ล้านล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นสถิติตลอดกาลและตลอดไป พร้อมทั้งกวาดทุกรางวัลจากทุกสถาบัน ไม่ว่าจะเป็น ออสการ์ , ลูกโลกทองคำ , เทศกาลเมืองคานส์ , สุพรรณหงส์ทองคำ ฯลฯ (เว่อร์กว่านี้มีอีกมั้ย?)
๗ นาฬิกา ๗ นาที
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมา มองเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ยังเปิดอยู่ เขาจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่า "ปวดกบาลฉิบหาย" เพราะเมื่อคืนดันเผลอหลับไป จนหน้าผากโขกกับแป้นพิมพ์อย่างจัง
...
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "จงเขียนบล็อกในขณะที่มีสติ(และมีชีวิตอยู่) ถ้าไม่มีอะไรจะเขียน ก็อย่าดันทุรังเขียน มันจะหลอกหลอนชาวบ้านเค้าเปล่าๆ" เฮ้อ... จบซะที
ปล. ที่เขียนมาทั้งหมดคือเรื่องจริงนะ แต่ไอ้คนเขียนมันโกหกทั้งเพ ดังนั้นไม่ต้องเชื่อนะจ้ะ ^^ และไอ้คนเขียนมันฝากมาบอกอีกว่า ถึงคราต้องพักสมองซีกขวา หันมาใช้สมองซีกซ้ายแล้ว เพราะได้เวลาทำมาหากิน แล้วจะกลับมาปลุกเสกบล็อกนี้อีกครั้งนะ อย่าหักโหมเขียนบล็อกกันมากนักล่ะ เป็นห่วง ^^
เหอๆ เป็นเรื่องเป็นราวใช้ได้
ให้เลขเด็ดงวดหน้ารึเปล่าคะเนี่ย??
#1 By |:| ShaKo |:| on 2008-05-03 18:28