บอกไว้เผื่อใครงง : คลิ๊กที่ READ ENTRY เพื่ออ่านข้อความแต่ละโพสต์นะครับ

READ ENTRY

ละครเรื่องใหม่

ใครที่ติดตามข่าวสารการเมืองไทย จะรู้ว่าช่วงนี้ละครกำลังเข้มข้น ทั้งในและนอกสภา ใช่ครับ... ผมมองการเมืองไทยไม่ต่างจากละคร และหลายๆคนก็คงคิดแบบนั้น แต่เผอิญผมไม่ชอบดูละคร ผมเลยไม่สนใจว่า ใครจะเป็นผู้ร้ายหรือตัวเอก ใครจะด่าพ่อใคร จะลุกขึ้นมาขับไล่ใคร จะทำรัฐประหาร หรือ จะขว้างอุจจาระใส่กัน มันก็แค่ละครที่นักแสดงพร้อมจะเปลี่ยนบทบาทตัวเองได้เสมอ เมื่อต่อรองค่าตัวกันได้ลงตัว นักแสดงในที่นี้ไม่ใช่แค่นักการเมืองนะครับ แต่คือคุณและผมด้วย! เพราะเราทุกคนกำลังแสดงบทบาททางการเมืองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง (แม้แต่การบอกว่าไม่สนใจ ก็คือการแสดงออกทางการเมืองแบบหนึ่ง) แต่ผมคิดว่า ตัวเองคงสบายใจมากถ้าไม่ต้องดูละคร หรือพูดอย่างสุดโต่งและเห็นแก่ตัวสุดๆ ก็คือ : ไม่มีรัฐหรือสถาบันการเมืองใดๆ ผมก็มีชีวิตอยู่ต่อไปได้!

หลายคนพอได้ยินประโยคสุดท้ายข้างบน อาจจะคิดว่าผมโอหัง "ไอ้เด็กเวรเมื่อวานซืนตัวนี้ มันพูดพล่อยๆแบบนี้ได้ไง!" อย่าเพิ่งโกรธนะครับ ขอโอกาสให้ผมอธิบายอะไรบางอย่างก่อนเถอะ

นักเรียนรัฐศาสตร์ที่ไม่เคยเข้าใจการเมือง

ผมเคยเป็นนักเรียนรัฐศาสตร์นานเกิน 4 ปี แต่การเรียนรัฐศาสตร์ไม่ได้ช่วยให้ผมตอบได้เลยว่า การเมืองคืออะไร? ผมไม่ได้ยกภูมิหลังของตัวเองขึ้นมา เพื่อสร้างความชอบธรรมในการแสดงความคิดเห็นของตัวเองนะครับ เพราะผมก็ไม่ได้เข้าใจการเมืองมากไปกว่าคนอื่น และตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงทุกวันนี้ น้อยครั้งมากที่ผมจะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะแบบนี้ แต่จะคุยเรื่องพวกนี้กับเพื่อนสนิทไม่กี่คนในวงเหล้าเท่านั้น เพราะรู้ตัวว่า ความคิดเห็นของตัวเองอาจทำให้หลายคนไม่พอใจ (คิดซะว่า อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา ฮา...) แม้การพยายามทำความเข้าใจการเมืองจะเป็นเรื่องสนุก แต่มันก็อาจจะสร้างความขัดแย้งให้กับผู้คนได้ง่ายๆเหมือนกัน ผมขี้เกียจฟังใครด่ากันน่ะ

ผมสนใจการเมืองในแง่ปรัชญาและแนวคิด มากกว่าเรื่องการแก้ปัญหาทางเทคนิคในสถาบันการเมืองทั้งหลาย เพราะผมเชื่อว่า การเมืองมันขึ้นอยู่กับคน ดังนั้นจะแก้รัฐธรรมนูญและกฎหมายกี่ร้อยกี่พันครั้ง มันก็เปล่าประโยชน์ ถ้าคนยังใช้มันด้วยนิสัยเดิมๆ [ ลองอ่านบทความจากลิงค์นี้ดูครับ นักกฎหมายบางคนยังคิดแบบผมเลย ] และผมก็เป็นนักเรียนรัฐศาสตร์ที่แย่มาก ในสายตาของคนทั่วไป ผมแทบจะไม่เคยไปเลือกตั้งเลย! เพราะผมไม่เชื่อในระบบตัวแทน

ทำไม?

ผมเชื่ออย่างหยิ่งยะโสว่า ไม่มีใครจะเป็นตัวแทนของผมได้ และไม่มีใครเป็นผู้แทนของประชาชนทั้งหมดได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเลือกตั้งกี่ร้อยกี่พันชาติก็ตาม และโปรดอย่าอ้างว่าคุณเป็นตัวแทนของผมหรือคนทั้งประเทศ เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องการสร้างความชอบธรรมด้วยจำนวนตัวเลข ระบบการเลือกตัวแทนไปนั่งในสภา เป็นแค่การแก้ปัญหาทางด้านเทคนิคครับ มันไม่เกี่ยวกับจริยธรรมเลย ลองนึกภาพผู้คน 60 กว่าล้านคนไปนั่งในสภาพร้อมกันสิครับ แล้วคุณจะเดาได้ว่า ทำไมต้องมีการเลือกตั้ง? แม้ผมจะไม่เชื่อและไม่อยากมีส่วนร่วม ในสมมติฐานของระบบตัวแทนโดยเสียงข้างมาก แต่ผมก็ต้องยอมรับกติกานี้ เพราะยังนึกไม่ออกว่าจะแก้ปัญหาภายในรัฐได้อย่างไร ถ้าไม่ใช้การเลือกตั้ง บางคนอาจจะมักง่ายกว่านั้นเพราะใช้วิธีเผด็จการ แต่ผมมักง่ายที่สุด คือ ไม่ต้องมีรัฐแม่xเลย! [ ผมไม่ใช่คนแรกที่คิดแบบนี้นะครับ ดูใน 1.การเมืองแบบไร้รัฐ และ 2. Civil Disobedience : "That government is best which governs not at all" - "รัฐบาลที่ดีที่สุด คือ รัฐบาลที่ไม่ปกครองอะไรเลย" : Henry David Thoreau (Thoreau เป็น American Transcendentalist นะครับ ไม่ใช่ Anarchist ]

เพ้อเจ้อ!

ผมไม่ได้เรียกร้องให้ใครล้มล้างรัฐชาติและสถาบันการเมืองนะครับ เพราะจะมีรัฐหรือไม่มี ผมไม่ได้ใส่ใจมันอยู่แล้ว แต่ผมก็ยินดีจะเสียภาษีและปฏิบัติตามกฎหมาย (รัฐจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับผมมากมายไง) และแม้การอยู่อย่างไร้รัฐอาจฟังดูเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ แต่ รัฐสมัยใหม่ (Modern State) ก็เกิดจากจินตนาการเมื่อไม่กี่ร้อยปีนี่เอง จนทุกวันนี้มันแปลงร่างเป็นชาติและสถาบันการเมืองอย่างที่เราเห็น แม้แต่คำว่า คนไทย ก็อาจเป็น สิ่งประดิษฐ์ ที่เพิ่งสร้างขึ้นมาเหมือนกัน [ ลองอ่านบทสัมภาษณ์นี้ดูครับ ] ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยที่เราจะประณามกันว่า มึงไม่ใช่คนไทย! หรือ มึงไม่รักชาติ! เพราะทั้งความเป็นไทยและความเป็นชาติ มันคือ สิ่งประดิษฐ์ของรัฐสมัยใหม่ เพื่อรวมคนหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน แต่ดูเหมือนมันจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อทำลายคนที่เห็นไม่ตรงกับเราซะด้วยสิ ภาพชุด Horror in Pink คงยืนยันได้ว่าเราใช้คำว่า ชาติ และคำว่า ไทย เข่นฆ๋ากันได้เลือดเย็นขนาดไหน (ในความเห็นของผม Pink Man ก็คือ พวกเราที่มองดูคนฆ่ากัน โดยไม่คิดจะทำอะไรนั่นเอง)

...

การเมือง เต็มไปด้วยคำถามในเชิงนามธรรม ที่หาคำตอบได้ไม่รู้ที่สิ้นสุด และก็ผมเชื่ออย่างสุดใจว่า ไม่มีเทวดาที่ไหนจะตอบได้ด้วย แม้แต่นักปรัชญาและนักทฤษฎีการเมืองทั้งหลาย ก็ทำได้แค่เสนอแนวคิดที่น่าจะเป็นทางออกของการเมืองและสังคม แต่ไม่เห็นจะมีใครกล้ายืนยันว่าหนทางนั้น คือ สิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้นอย่าใช้โทสะและความรุนแรงเข้าห่ำห่ันคนที่คิดต่างจากเราเลยครับ เพราะเรายังไม่รู้ว่าการทำแบบนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุด และมันก็คงจะมีแต่เรื่องเศร้าตามมา...

เพิ่มเติม

หลังจาก 14-15 คอมเมนต์ผ่านไป ผมแอบงงเล็กน้อย ที่หลายคนพูดถึงนักการเมืองและรัฐธรรมนูญ อาจเป็นเพราะผมเอามันมาอ้างอิงถึงสถานการณ์ปัจจุบัน หลายคนก็เลยคิดว่าผมกำลังพูดถึงเรื่องนั้น แต่นักการเมืองทั่วโลกไม่เคยอยู่ในสายตาของผมเลยนะครับ เพราะคนพวกนี้ต่างกันแค่ว่า ใครจะสร้างภาพได้ดีกว่ากัน เหมือนกับเราเล่น Hi5 หรือ MySpace นั่นแหละ ผมไม่ได้ใส่ใจประเด็นรัฐธรรมนูญเลยด้วยซ้ำ คือ จะแก้หรือไม่แก้ก็ช่างหัวมันสิ จะรัฐประหารกี่หน ถ้า "ชอบทำ" ก็ทำไปสิ แต่อย่ามาอ้างความ "ชอบธรรม" ว่าทำไปเพื่อประชาชน (ซึ่งประชาชนหนึ่งในนั้นรวมถึงผมด้วย) เพราะผมไม่เคยเลือกคนพวกนั้นมาบริหารประเทศ หรือ เลือกให้ทหารทำการยึดอำนาจ ผมไม่เคยคาดหวังว่าคนพวกนี้จะทำอะไรให้ผมได้ นอกจากผลาญภาษีที่ผมต้องยอมจ่าย (นี่คือมุมมองของคนเห็นแก่ตัวแบบผมครับ ผมไม่มีจุดยืนทางการเมืองใดๆ ไม่ชอบซ้าย ไม่ชอบขวา ไม่มีบน ไม่มีล่าง และไม่ได้พยายามวางตัวเป็นกลาง เพราะจุดที่ผมยืนก็อยู่ใต้ตีนของผมเอง ดังนั้นผมจึงไม่อยากยุ่งกับรัฐ เพราะผมไม่กล้าพอที่จะทำลายมัน)

แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือ เหตุการณ์ที่ฝูงชนแสดงออกถึงความโกรธแค้นกัน เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (25 เม.ย. 51) ซึ่งมันอาจจุดชนวนความรุนแรงกว่านั้น ให้ฝูงชนกระทำต่อกันอย่างโหดเหี้ยม (ฝูงชน ในความหมายของผู้คนที่บันดาลโทสะใส่กันอย่างขาดสติ และไม่มีใครควบคุมได้ ใครที่เคยเชียร์กีฬาเป็นกลุ่มจะรู้ว่า ฝ่ายตรงข้ามไม่มีความหมายใดๆ นอกจากมีไว้ให้เราทำลาย) ภาพการยืนเชียร์ให้คนกระหน่ำเก้าอี้ฟาดศพนักศึกษาที่ถูกแขวนคอ ในเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519 ยังหลอกหลอนผม แม้ผมจะเกิดไม่ทัน แต่ภาพนั้นโหดร้ายที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ไม่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ผมคิดว่าคนบางกลุ่มกำลังเสี้ยมให้ผู้คนชนกัน คนกลุ่มนี้เคยมีผลประโยชน์ร่วมกันทั้งนั้น บางคนก็เป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน แต่เมื่อผลประโยชน์ขัดกัน ก็หลอกใช้ฝูงชนเพื่อต่อต้านกันและกัน และแทบทุกครั้งที่เกิดความรุนแรงทางการเมืองขึ้น คุณเคยเห็นคนที่เป็นแกนนำตายรึเปล่า? ผมเคยเห็นแต่ประชาชนนั่นแหละที่ตายไป เพื่อให้คนบางคนขึ้นสู่อำนาจ

ผมจึงไม่เห็นประโยชน์ใดๆในการชุมนุมต่อต้านใคร แม้มันจะเป็นวิถีทางของเสรีนิยมประชาธิปไตย แต่การไม่ใส่ใจมันก็ถือเป็นการกัดเซาะมันได้เหมือนกัน ลองคิดดูว่าจะเป็นยังไง ถ้าไม่มีใครไปเลือกตั้งเลย? เพราะเราทุกคนเห็นว่าไอ้คนที่เสนอหน้ามาเป็นตัวแทนของเราน่ะ มันทำห่าอะไรไม่ได้หรอกนอกจากโกงกิน นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ ผมไม่ได้เรียกร้องให้ใครทำแบบนั้น เพราะถ้ามันเกิดขึ้นจริง ก็แปลว่า ไม่จำเป็นต้องมีรัฐไทยอีกต่อไป แต่จะเป็นแบบไหนผมไม่รู้หรอก เพราะมันยังไม่เคยเกิดขึ้นจริง

เขียนไปเขียนมา ผมก็ต้องพูดถึงนักการเมืองจนได้ ว้า... แย่จัง

Back to Top

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไม่รู้ทำไม แต่เห็นด้วยจัง ใช้ชีวิตมาบนโลก 19 ปี แต่ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนใช้กับประเทศเราได้เลย
อังกฤษรัฐธรรมนูญเขาไม่ได้ร่างด้วยซ้ำยังอยู่ได้สงบกว่าเราอีก
สงสัยมานานแล้วว่า ไอ้เลือดเนื้อพี่น้องชาวไทยที่เอาไปแลก ประชาธิปไตยมาน่ะ
...มันคุ้มกันไหม...
ประเทศเราถึงตอนนี้มันพร้อมกับการเป็น ประชาธิปไตยแน่หรือ?embarrassed

#1 By Nueng_Underground on 2008-04-29 11:19

นักการเมืองบ้านเรามีแต่คนเลวๆเฮ้อ ต่อให้รัฐธรรมนุยดีแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้

#2 By fangkhaow on 2008-04-29 12:59

เหอะๆ
การเมืองไทยจะว่า่น่าเบื่อก็ได้(ผมเริ่มเบื่อแล้ว)

แต่ก็สนุกดีดูเค้าเถียงกันสะใจมาก


เหอะๆๆๆ

ประเทศไทยไม่เหมาะกับ ประชาธิปไตยครับ

#3 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-04-29 14:30

#4 By Eddy on 2008-04-29 14:51

ถ้านักการเมืองเข้าใจหลักทฤษฎีเกมและหลักจริยธรรม เราก็จะได้การเมืองในอุดมคติ

หมายเห็ด : คอมเม้นต์ข้างบนเผลอกดปุ่มSubmit ก็เลยกลายเป็นคอมเม้นต์เปล่าๆ ขอโทษครับ

#5 By Eddy on 2008-04-29 14:55

การเมือง คือสนามรบ
ซึ่งจุบจบอยู่ที่ประชาชนค่ะ
.
.
เหอๆ
รัฐธรรมนูญเป็นแค่เพียงตัวหนังสือ
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ถือครอง และผู้มันค่ะ
เปล่าประโยชน์ ในเมื่อนักการเมือง
ไม่มีวันหันมาสนใจความเห็นเล็กน้อยของคนอย่างเราๆ
เฮ้อออออออออออ!!

#6 By ”• dhy ”• on 2008-04-29 15:27

**ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ถือครอง และผู้มันค่ะ

แก้ไขค่ะๆ
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ถือครอง และผู้(ใช้)มันค่ะ
พิมพ์ตก อิอิ

sad smile

#7 By ”• dhy ”• on 2008-04-29 15:28

พูดถึงการเมืองไทยแล้วเปนอะไรที่อารมเสียค่ะ
ไม่เคยจะแก้ปัณหาไอ้สิ่งที่กะลังทำหั้ยประชาชนเดือดร้อน
ข้าวของกะลังแพงขึ้นๆ ๆ
แล้วพวกนั้นกลับห่วงแต่จะแก้รัฐธรรมนูญ
เฮ้อออออออออออ

#8 By goong (124.120.152.203) on 2008-04-29 15:35

อยากให้บ้านเราเป็นคอมมิวนิสต์หรือไม่ก็สมบูรณาญาสิทธิราช หรือถ้าให้ดีที่สุดแบบพ่อปกครองลูกดีกว่าจะได้ไม่ต้องมีนักการเมืองถ่อยๆเข้ามาทำลายแผ่นดิน

#9 By SoMSoM on 2008-04-29 15:42

ไม่ว่าระบอบการปกครองแบบไหน แบบใด ก็ใช้กับเมืองไทยไม่ได้...
หากว่ายังมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงกันอยู่ทุกๆวันแบบนี้...
มันต้องแก้มาตั้งแต่สันดานของคนไทยเลยก็ว่าได้...
ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีพระมหากษัตริย์เป็นสมมุติเทพใช่ไหมฮะ...
แต่อย่าลืมนะฮะว่า ก็ยังมีพวกข้าราชการ ขุนนางทั้งหลาย "ฉ้อ" ได้เหมือนกัน...
คอมมิวนิสต์ จะว่าดีก็ใช่ ทุกคน เท่าเทียมกัน
แต่ที่จะไม่เท่าเทียมคือพวกพรรคคอมมิวนิสต์นั่นแหละ...
ในเมื่อทรัพย์สินไปอยู่ส่วนกลางเสียแล้วนี่...
รัฐจะทำอะไรก็ได้ กับทรัพย์สินนั้น...
จริงไหมล่ะ?

#10 By โพนโท ดืวอี้ (125.24.25.69) on 2008-04-29 16:02

Hot! สาเหตุเพราะไม่มีใครเข้าใจการเมืองอย่างถ่องแท้ ทุกคนดูการเหมือง และวิจารณ์เหมือนดูโชว์ แต่น้อยคนนัก ที่จะให้คำแนะนำถึงแนวทางใหม่ๆทางการเมืองได้

สนับสนุกแนวทางและแนวคิดใหม่ครับ
ไม่มีใครเป็นผู้แทนของประชาชนทั้งหมดได้อย่างแท้จริง ข้อความนี้ผมเห้นด้วยอย่างถึงที่สุดครับ

รัฐธรรมนูญไม่ว่าฉบับไหน ถ้ารู้จักใช้ มันก็ก่อผลทีดีได้ครับ

นักวิชาการไทยเคยบ่นผ่านสื่อนะครับว่า รัฐธรรมนูญไทยนี่เป็นรัฐธรรมนูญที่แปลกที่สุดในโลก
เพราะเขียนเป็นตัวอักษรอย่างชัดเจนแล้ว แต่ต้องมาตีความอย่างนู้นอย่างนี้กันอีก

#12 By D û D e ` z on 2008-04-29 21:09

รัฐธรรมนูฐไทยมันตีความได้มากมาย

ไอ้คนร่างมันปัญญาอ่อนหรือมันบ้าวะ

ไม่เขียนตรงๆไปเลย

#13 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-04-29 23:40

ผมว่าที่วุ่นวายเพราะคนร่างเอาไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวแลพวกพ้องมากกว่าครับ

#14 By |ndevida| on 2008-04-29 23:51

“​ฉะ​นั้น​...​ผม​จึง​คิดว่าชีวิตประจำ​วันมันสำ​คัญกว่าการเมือง​ ​ยกตัวอย่างง่าย​ ​ๆ​ ​คุณ​ไม่​เคยรู้​เลยว่าคุณเริ่มนั่งขี้​ใน​ห้องส้วมแบบนี้​เมื่อไหร่​ ​คุณเปลี่ยนมา​ใช้​โถส้วม​ ​ชักโครกเมื่อไหร่​ ​แต่คุณรู้​เรื่องการเมืองสารพัดที่มัน​ไม่​เกี่ยวข้อง​กับ​ใน​ชีวิตคุณเลย​... ​แล้ว​ผมถามคุณว่าขี้​กับ​การเมืองอันไหนสำ​คัญกว่า​กัน​..​ขอโทษ​ถ้า​ใครบอกการเมือง​ ​แม่งบ้า​แล้ว​ ​เพราะ​ว่าคุณ​ต้อง​ขี้​ ​นั่นคือสิ่งที่คุณ​จะ​ต้อง​ดำ​รงชีวิต​อยู่​”

ที่มา:[url=http://www.oknation.net/blog/print.php?id=177521]คุยสบาย​ ​ๆ​ ​กับ​ธเนศ​ ​วงศ์ยานนาวา​ :GURU POSTMODERN[/url]

#15 By GiBB☯ on 2008-04-30 10:16

"ไม่มีรัฐหรือสถาบันการเมืองใดๆ ผมก็มีชีวิตอยู่ต่อไปได้!"
เห็นด้วยสุดตัว
ประชาธิปไตยไทย ประชาชนไม่ได้มีอำนาจจริง
เป็นประชาธิปไตยแบบอิหลักอิเหลื่อ sad smile

#16 By pisces on 2008-04-30 12:43

ผมแค่อยากบอกว่า เหมือน ที่ เจ้าของบ้านหลังหนึ่งใน Exteen ที่บอกว่า การเมืองไทย เหมือน Lord Of The Ring ใครได้ครอบครองแหวน คนนั้นก็หลงในอำนาจ จนปัจจุบัน เค้าก๊อป แหวนมาให้คนอีกคน ดำเนินการแทน

#17 By -^คอราบ^- on 2008-04-30 14:01

จะเชื่ออะไร จะทำอะไร ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน
แต่คนที่ "หลอกใช้" คนอื่นนี่อยากให้หมดไปจากโลกเสียที
อาจต้องรอให้เอเลี่ยนมาช่วยกำจัดเหมือนในหนัง Mars Attacks!

#18 By RAE (203.156.31.2) on 2008-04-30 18:35

คนที่มีปัญหาสุดคือพวกหัวนอกที่เรียกตัวเองว่า"ปัญญาชน" เหมือนว่าตัวเองรู้ทุกอย่างแต่หารุ้ไม่ว่าตัวเองกำลังติดกับดักเป็นเครื่องมือคนอื่น
ถ้าผมบอก ผมคิดเหมือนคุณล่ะ จะว่าไง ๕๕
ตอนนี้คิดเหมือน หรือคิดคล้ายเลยก็ว่าได้
เพียงแต่ผมไปเลือกตั้ง และเลือกที่จะไม่เลือก
เพราะไม่อยากต่างในสายตาคนในครอบครัวสักเท่าไร

การเมืองนี่มันเกมส์ของผู้ใหญ่เขาเล่นกัน
ผมคิดแบบนั้นในช่วงนึง และตอนนี้ก็เข้าใจว่าเกมส์นี้มันออกแนว RPG
เล่นยังไงก็คงไม่จบเพราะมันเป็นเกมส์ประเภท Online
บนเครื่องที่่ชื่อว่า World และอยู่ใน Module ที่ชื่อ Thailand

โอ้ ลัลลา ~

รัฐประหาร น่ะชอบทำอยู่แล้วครับ
เพียงแต่ต้องพูดให้หอมหวานคนจะได้ไม่ด่ากันทั้งประเทศ
โกงก็พูดให้ถูกกฎหมายหน่อย จะได้ไม่โดนด่ากันทั้งประเทศ

แต่..
การปกครองที่ให้คนอยู่อยู่กันอย่างผาสุข (เีขียนผิดโปรดชี้แจง) เนี่ยมันท่าจะไม่มีจริง
จริงแล้ว มันไม่มีให้เราอยู่แล้ว รัฐในอุดมคติ มันเป็นไปไม่ได้ ที่จะปกครองคนหมู่มาก
ด้วยระบบการปกครองแบบใดแบบนึง

ฉะนั้น ทำใจ ง่ายสุด! question

อย่างน้อยผมก็ไม่ได้เลือกเรียน รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ เพื่อตอบโจทย์ทางการเมืองของผม
นี่น่าจะเป็นโชคดี หรืออย่างไรสำหรับผมก็ไม่รู้ ไม่ต้องเข้าไปพัวพันกับวงกลมเดิมๆของโลก

#20 By non (125.27.73.18) on 2008-05-01 04:24

GiBB☯ View my profile