บอกไว้เผื่อใครงง : คลิ๊กที่ READ ENTRY เพื่ออ่านข้อความแต่ละโพสต์นะครับ

READ ENTRY

ช่วงนี้ผมมีเวลาว่างมากมายผิดปกติ เลยแวะมา exteen แทบทุกวัน และมีพลังเหลือให้อัพบล็อกทุกวันด้วย ไม่ใช่แค่แวะมาแต่งบ้านตัวเองอย่างเดียวนะครับ ผมแวะไปเยี่ยมบล็อกคนอื่นด้วย และก็ไม่ลืมนิสัยเพื่อนบ้านที่ดี เพราะแวะไปที่ไหนก็จะเอาคอมเมนต์ไปฝากเจ้าของบ้านด้วย แถมบางบ้านยังมีอะไรให้ผมหยิบติดไม้ติดมือออกมา แบบไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของบ้านอีกต่างหาก (เรียกง่ายๆว่า ขโมยไอเดีย)

ก่อนที่จะเขียนเอ็นทรี่นี้ ผมมีคำถามบางอย่างในใจ "เราจะตายไหม ถ้าต้องเขียนบล็อกทุกวัน?" คำตอบคือ ตายแน่นอน! จะหาเรื่องอะไรมาเขียนได้นักหนา(วะ) และผมไม่ชอบกดดันตัวเองขนาดนั้น เลยขอใช้สิทธิเปลี่ยนคำถามใหม่...

"เราจะตายไหม ถ้าต้องเขียนบล็อก 7 วันติดต่อกัน?"

อา... อันนี้เป็นไปได้แฮะ ผมเลยถือโอกาสออก อัตตาบัญญัติ (กฎหมายบังคับใช้ส่วนตัว) เพื่อควบคุมให้ตัวเองเขียนบล็อกติดต่อกัน 7 วันให้ได้ ถ้าเขียนแล้วตายก็ให้มันรู้ไป! (ไม่แน่นะ ถ้าเกิดไปด่าชาวบ้านมากๆ ก็อาจตายได้) แต่ในเมื่อผมเป็นคนออกอัตตาบัญญัตินี้เอง ผมจึงให้มันมีผลบังคับใช้ย้อนหลังไป 1 วัน แปลว่าเอ็นทรี่นี้ถือว่าเขียนในวันที่สอง ลันล้า...♫ เหลืออีก 5 วันเอง ♫ นี่คือเหตุผลที่ผมตั้งชื่อเอ็นทรี่นี้ว่า สัปดาห์แห่งการค้นหาแนวบล็อก ตอนที่ 2 (ตะแบงไปจนได้ ความจริงอยากจะนับย้อนไป 2 วันด้วยซ้ำ แต่มันเป็นเรื่อง "ของเล่นในบล็อก" เหมือนกัน เลยนับแค่เมื่อวานวันเดียว)

"แล้ววันนี้ผมจะเขียนเรื่องอะไรล่ะเนี่ย?" ระหว่างที่กำลังหาเรื่องมาเขียน ผมขอพล่ามไปเรื่อยๆก่อนนะครับ เผื่อกลางทางจะคิดอะไรออก

แรกสุดเลย ผมมาขอใช้ exteen blog เพราะตั้งใจว่าจะใช้ NoSalaryGuy ไว้บรรยายความอัตอั้นตันใจของ ผู้ชายไร้เงินเดือน แต่เอาไปเอามาผมกลับไม่ค่อยอยากเผยไต๋ความเส็งเคร็งของตัวเองเท่าไหร่ บล็อกนี้ก็เลยกลายเป็น บล็อกไร้แนว ซะงั้น คือ เขียนไปสะเปะสะปะ ตามมีตามเกิด และตามอำเภอใจ แต่เผอิญไม่รู้ว่า อำเภอใจ อยู่จังหวัดอะไร เลยหาทางไป แจ้งเกิด ให้บล็อกน้อยกลอยใจแห่งนี้ไม่ได้ซะที (นี่ก็ปาเข้าไป 8-9 เดือนแล้ว ผมเพิ่งจะเขียนไป 20 เอ็นทรี่เอง และเวลาครึ่งนึงในนั้น ผมปล่อยมันร้างซะด้วยสิ)

ปัญหาของ บล็อกไร้แนว คือ ขาด แนวร่วม และ แรงกระตุ้น ไงครับ แนวร่วมก็อย่างเช่น คนที่สนใจอะไรคล้ายๆกับเรา หรือเฝ้าติดตามความเป็นไปของกันและกัน และแรงกระตุ้นก็มาจากแนวร่วมนั่นแหละ แต่ในเมื่อตัวผมเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมาแนวไหน แล้วมหาบุรุษและวีรสตรีท่านใดจะกล้าฟันธงล่ะครับ ว่าผมมีบล็อกไว้ทำซากอะไร!

เมื่อคืนผมเพิ่งจะอ่านเรื่อง เขียนบล๊อค​ยัง​ไง​ให้​ “​เกิด​” (1) ของคุณบองเต่า​ (SalaryMan ที่ไม่มีอะไรเหมือน NoSalaryGuy) พออ่านจบก็รู้สึกเหมือน มีคนกรุณาเขกกบาลผมอย่างจัง! ผมเห็นด้วยแทบทุกประเด็นในนั้น เพราะผมเป็นคนประเภทที่คุณเต่าด่าอย่างจริงใจนั่นเอง คือ ผมเขียนบล็อกแบบจับแนวไม่ได้ , บางทีก็ติดอาร์ต , บางทีก็บ้าเทคนิค และ บางทีก็พ่นคำที่หลายคนอ่านแล้วงง แถมผมยังเป็นพวกไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ แล้วก็ดันไม่สนใจอีกว่าคนอื่นเค้านิยมอะไรกัน ลักษณะแบบนี้ สำหรับนักการตลาด ผมคงได้รับโทษประหารชีวิต! (แต่เผอิญผมลดโทษให้ตัวเองกึ่งหนึ่ง เลยกลายเป็น เขียนบล็อกตลอดชีวิตแทน... สงสัยผมกำลังรับโทษนั้นอยู่?) ขอชมคุณเต่าจากใจจริง ว่าเขียนบล็อกได้น่าติดตามมาก เพราะมีลูกเล่นในการเขียน แต่ขอทวงนิดนึงว่า เมื่อไหร่จะคลอด เขียนบล๊อค​ยัง​ไง​ให้​ “​เกิด​” ตอน 2 ครับ (น่าน... ได้คืบจะเอาศอก)

ที่ผ่านมาใน NoSalaryGuy ผมมักจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับ การหาคำตอบในเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบ หรือ เรื่องที่ไม่รู้ก็ไม่ตายนั่นแหละ อย่างเช่น กิ้งกือมีกี่ขา? หรือ ทำไมหนึ่งสัปดาห์ต้องมีเจ็ดวัน? เรื่องพวกนี้มันมาจากคำถามฟุ้งซ่านของผมเอง และผมมักจะสนุกกับการหาคำตอบ ในเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ เพราะผมเชื่อว่าสมองอันเฉื่อยชาของตัวเองจะได้ออกกำลัง เมื่อได้คิดอะไรที่ไม่เคยคิด หรือคิดเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องคิด คำถามพวกนี้เกิดขึ้นในหัวแทบทุกวัน เช่น ทำไมตื่นมาต้องแปรงฟัน? แปรงสีฟันอันแรกมาจากไหน? ใครเป็นคนคิดเอาฟลูออไรด์มาใส่ในยาสีฟัน? เลยเถิดไปถึง ทำไมไอ้ตูบที่บ้านไม่ต้องแปรงฟัน? แล้วถ้าเราไม่แปรงฟันอย่างมันบ้าง เราจะอยู่ได้ไหม? บางคำถามผมก็หาคำตอบได้ และบางคำตอบผมก็ลองทำจริง (ผมลองไม่แปรงฟันอยู่ 1 อาทิตย์เต็มๆ เพื่อบอกไอ้ตูบที่บ้านว่า "ตูก็ทำได้!")

แล้วไง? : ทำไปได้... ผมก็ปากเหม็นพอๆกับไอ้ตูบน่ะสิ

แน่นอนว่า คำถามและคำตอบพวกนี้ไม่ทำให้ท้องใครอิ่ม และสำหรับชีวิตที่ต้องดิ้นรนของมนุษย์ไร้เงินเดือนอย่างผม มันเข้าขั้นไร้สาระสุดๆเลยทีเดียว! (ยกเว้นผมจะเขียน "สารานุกรมขี้ฟัน" ออกขาย แล้วไอ้ตูบที่ไหนจะซื้อล่ะเนี่ย?) แต่ผมก็ไม่ได้เขียนเรื่องพวกนี้อย่างต่อเนื่อง มันต้องใช้พลังงานและเวลาในการค้นหาคำตอบอย่างมาก เพราะคำถามพวกนี้ มันใช้คอมมอนเซนส์ตอบไม่ได้ มันต้องมีหลักฐานมายืนยัน ผลที่ออกมาก็คือ... ผมเขียนเรื่องพวกนี้ได้เป็นหย่อมๆ เปาะๆแปะๆ พอเป็นพิธี สรุปว่าผมยังไม่กล้าเขียนบล็อกแนวนี้นั่นเอง

แต่ผมคิดว่า ผมคงต้องมี แนวบล็อก แล้วล่ะ จะได้ใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ผู้เจริญแล้ว (เว่อร์ไปมั้ย?) เลยถือโอกาสใช้ช่วงเวลาที่ว่างๆอย่างนี้ เป็นสัปดาห์แห่งการค้นหา แนวบล็อก ซะเลย แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะเป็นแนวไหนดี คงต้องเขียนหลายๆแนวทดลองดูก่อน ว่าตัวเองน่าจะเอาดีกับเรื่องแบบไหนได้เป็นพิเศษ

และพรุ่งนี้ผมวางแผนว่า จะลองเขียนเรื่องการเมืองดูซักหน : โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง...

พรุ่งนี้ผมจะเขียนเรื่องการเมือง!

Back to Top

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

รออ่านเรื่อง การเมือง ^^

ตามไปอ้านดู มชเขียนยังไงให้เกิด
หุหุหุ ไม่มีแนวเหมือนกันค่ะ มีอะไรให้อัพก้ออัพ

แหม...ก้อไม่มีแนวจริงๆนิน่า ^^

เปลี่ยนลุคใหม่ เท่ดีนะค่ะ
ทำเก่งจังเลย
บล๊อกนี้เป็นบล๊อกไร้แนว ที่แนวครับ
ถ้าเปิดรับสมัครสาวก NoSalaryGuy ผมก็ขอสมัครแล้วหล่ะครับ ผมย้อนกลับไปอ่านทุกตอนแล้วด้วยนะครับ (แต่ไม่ได้เม้นทุกเอนทรี่)
ทุกครั้ง(เพิ่ง 4 ครั้งเอง)ที่เห็นว่า NoSalaryGuy อัพเอนทรี่แล้วก็จะคิด ว่าวันนี้จะอัพเรื่องอะไรอีกว่ะ 555
จะมีอะไรน่าสนใจมากระตุ้นต่อมความสนใจของผมได้อีกรึป่าว

ปล.แปรงสีฟัน ผมเคยทราบว่ามาจากคุกใน อังกฤษ รึป่าวไม่แน่ใจ แต่รุ้สึกว่าจะใช่ แรกเริ่มเดิมทีคือนักโทษทุกคน(ในคุก)ต้องแปรงฟัน ด้วยแปรงสีฟัน (ส่วนพวกชนชั้นสูงในสมัยนั้นผมก็ไม่ทราบว่าเค้าแปรงฟันกันรึป่าว ถ้าแปรง จะใช้ ขี้มิ่น เหมือนคนไทยรึป่าว) ซึ่งก็ไม่ทราบว่าได้มีนักโทษคนได้สำเร็จมรรคผล บรรลุนิพพานท่าแปรงฟันขั้นเทพรึยังไง แปรงสีฟันถึงได้กลายเป็น สิ่งที่ไม่ใช่วัฒนธรรม แต่สังคมโลกทุกคนต้องปฏิบัติ (ทั้งที่ถึงไม่ปฏิบัติก็ไม่ผิดกฏหมาย ::ไม่แปรง คิดต่าง ไม่ใช่อาชญากร::question)

#2 By D û D e ` z on 2008-04-28 19:47

@octopuzy กลับมาแล้วเหรอ? ยินดีต้อนรับครับ

@dudedude ค่าสมัครสาวกแบบเหมาจ่าย 9 แสนบาทตลอดชีพครับ! (อย่าชมกันมากนักสิ เดี๋ยวจะเหลิง)

#3 By GiBB☯ on 2008-04-29 06:18

GiBB☯ View my profile