posted on 22 Apr 2010 21:58 by nosalaryguy in Politics
ฉันพอใจที่จะอยู่ในโลกแคบๆของตัวเอง มีประโยชน์อะไรที่ต้องตายเพื่อสิ่งที่เราเห็นว่าไร้สาระ? ฉันไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เธอแต่ละคนเชื่อนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ ฉันยกย่องทุกคนที่ยอมตายเพื่อสิ่งที่ตัวเองศรัทธา แต่มนุษย์แต่ละคนก็มีความสิทธิในการกำหนดคุณค่าชีวิตของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีใครเห็นตรงกับเรา และในเมื่อเราต้องการอยู่ร่วมกันเป็นสังคม เสรีภาพจึงจำเป็นต้องมีขอบเขต ฉันไม่ได้หมายความว่าสังคมต้องมีกฎหมายบังคับเสมอไป แค่เรารู้สึกเห็นอกเห็นใจกันและกัน ก็คงพอที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้แล้วกระมัง?
ลองสูดลมหายใจเข้าและออกลึกๆ อย่างน้อยร่างกายก็ยังต้องการสติปัญญาของเราอยู่ และจิตวิญญาณก็ยังคงต้องอาศัยร่างกายเพื่อดำรงชีพ ในโลกที่ไม่มีอะไรจริงแท้ เหตุผลเป็นเพียงเรื่องของรสนิยม ชอบเหตุผลแบบไหนก็เสพแบบนั้น ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดในสิ่งที่เราเชื่อ ในเมื่อไม่มีใครอยากฟัง
ฉันคงเป็นคนเห็นแก่ตัว และฉันก็ไม่รู้สึกผิดอะไรที่ไม่คิดจะทำอะไรในสถานการณ์อย่างที่เป็นอยู่ เพราะฝูงชนไม่ต้องการความคิดเห็นของปัจเจกบุคคลอย่างฉัน หากเธอเชื่อในสิ่งที่เธอกำลังเชื่อ ลองสูดหายใจลึกๆอีกครั้ง ว่าคนที่ทำให้เธอเชื่อแบบนั้น เขาหรือเธอคนนั้นเชื่อแบบที่ตัวเองพูดหรือไม่ คนเหล่านั้นที่กำลัง "นำ" เธอ มีค่าพอที่เธอจะทุ่มเทชีวิตให้หรือไม่ หรือ แม้แต่สิ่งที่เธอเชื่อว่าคืออุดมการณ์ที่เธอยึดมั่น ก็อาจเป็นแค่ถ้อยคำสวยหรูที่เอามาใช้ในสถานการณ์เฉพาะเท่านั้น พรุ่งนี้ "ผู้นำ" ของเธอก็อาจจะลืมสิ่งนั้นก็ได้
ในที่สุดแล้ว ประเทศไทยไม่มีความหมายอะไรในแผนที่โลก จะแตกเป็นสิบเป็นร้อยประเทศ มนุษย์อีกว่า 6 พันล้านคน ก็ไม่เดือดร้อน คนที่ใช้ชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ต่างหากที่จะลำบาก เมื่อพี่น้องมาทำร้ายกันเอง
เคารพตนเอง เห็นใจผู้อื่น โลกกว้างใหญ่กว่าใจคนมากนัก...
posted on 08 Apr 2009 07:06 by nosalaryguy in Poetry
เมื่อถึงเวลา
เมื่อไม่มีใครให้เธอบูชา
เธอจะเป็นเจ้าผู้ครองจิตวิญญาณของตนเอง
และไม่ต้องประณามใครในความเขลาของเราเอง
แปลกซะยิ่งกว่าแปลก
ฉันได้กลิ่นความเปลี่ยนแปลง
ที่แห่งนี้ พวกเราจะเข่นฆ่ากันเองอย่างเหี้ยมโหด
ไม่ใช่สงครามที่ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์
แต่รับใช้อำนาจอันละโมบอย่างอันธพาล
ฉันอยากไปนอนเฝ้าดวงจันทร์?
แต่ที่นั่นคงไม่มีเทวดาให้นักแสวงโชค
ส่วนโลกใบนี้ก็ยากจะหาพื้นที่ให้สงบใจ
เมื่อไม่เอาการครอบงำ เราจึงต้องเรียกจิตวิญญาณและแสงสว่างกลับมา
ไม่มีสี ไม่มืดบอด
จงแต่งแต้มจิตวิญญาณให้ตนเอง!
posted on 14 Mar 2009 02:16 by nosalaryguy in Mysterious
เตือนไว้ก่อนว่า ฟัง(อ่าน)หูไว้หู จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ แต่น่าสนใจ และ(อาจจะ)น่ากลัวสำหรับคนขวัญอ่อน
ที่มาของภาพ : pinktentacle.com
เผอิญเข้าไปใน digg.com แล้วเจอชื่อเรื่องประหลาด "Monster mummies of Japan" จาก pinktentacle.com เลยเอามาเล่าต่อ เพราะชวนให้นึกถึง มัคนารีผล ในบ้านเราเป็นยิ่งนัก
ถ้าบอกว่ามันเป็น มัมมี่ปีศาจ! ก็ออกจะน่ากลัวไปสักหน่อย เห็นคนนึงคอมเม้นต์ไว้ที่บล็อคต้นเรื่องว่า Pokemon Mummies! อ่านแล้วขำ เลยเอามาตั้งเป็นชื่อเรื่องในนี้ซะเลย (ลองคลิ้กเข้าดูรูปอื่นๆจากลิ้งค์ที่ให้ไว้เอาเองนะครับ ไม่อยากโพสต์ไว้ในนี้เยอะเกินไป กลัวอาถรรพ์โปเกม่อน! ;)
คนเขียนไม่ได้บอกไว้นะ ว่ามัมมี่โปเกม่อนพวกนี้ทำมาจากสิ่งมีชีวิตหรือไม่ แต่ในยุคหนึ่งมันเคยเป็นของสะสมของคนญี่ปุ่นโบราณ แต่ส่วนมากจะเก็บไว้ในวัด บางอันก็เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ แถมท้ายด้วยตำนานอาถรรพ์ "สาปโปเกม่อน" (คล้าย "สาปภูษา" บ้านเราน่ันแหละ) ของมันแรง!
ที่มาของภาพ : pinktentacle.com
ส่วนที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ การทำตัวเองให้เป็นมัมมี่ตั้งแต่ก่อนตาย! เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องจริงของพระเซ็นในญี่ปุ่น เพราะเคยดูในสารคดีอะไรซักอย่างนานแล้ว ว่าพระนักปฏิบัติสายเคร่ง มีวิธีทรมานตัวเองเพื่อเข้าสู่นิพพานแบบเป็นขั้นเป็นตอน กระบวนการนี้ใช้เวลาหลายปี เริ่มตั้งแต่การรีดไขมันออกจากร่างกายให้หมด โดย 1,000 วันแรก จะฉัน(กิน)แค่ถั่วกับเมล็ดพืช 1,000 วันต่อมา จะฉันแค่เปลือกไม้กับรากไม้ และค่อยๆลดปริมาณลงเรื่อยๆ พอใกล้ๆจะครบกำหนด ก็ฉันชาที่สกัดจากพืชที่มีพิษ ขั้นสุดท้าย ก็ไปนั่งสมาธิในห้องใต้ดินจนสิ้นลม! (ปลายศตวรรษที่ 19 รัฐบาลญี่ปุ่นถือว่า การทำมัมมี่ตัวเองเป็นเรื่องผิดกฎหมายนะจ้ะ)
ที่มาของภาพ : Dainichibo Temple
ลองอ่านความคิดเห็นต่างๆ ในบทความต้นฉบับดูนะครับ (Monster mummies of Japan) แล้วคุณจะเห็นความหลากหลายในมุมมองของผู้คนจากต่างวัฒนธรรม บางคนมีอารมณ์ขัน บางคนซีเรียส แต่บางคนก็ดูถูกแนวคิดแบบตะวันออกว่างมงาย โดยเฉพาะเรื่อง พระผู้ปฏิบัติตนจนเป็นมัมมี่นี่แหละ ไม่แน่ใจว่าในเมืองไทยมีสายปฏิบัติแนวนี้รึเปล่า แต่เคยเห็นข่าวว่า พระบางรูปมรณภาพไปแล้วศพไม่เน่าเปื่อย
ผมไม่คิดจะทำตัวเองเป็นมัมมี่แน่นอนครับพี่น้อง เพราะคงทรมานสังขารโคตรๆ ขอตายแบบธรรมดาดีกว่า หรือ คุณอยากจะลอง?